เมื่ออาหารสัตว์เลี้ยงไม่ใช่แค่อาหาร : เทคโนโลยีการผลิตที่กำลังเปลี่ยนอุตสาหกรรม Pet Food ทั่วโลกในปี 2026

ตัวเลขที่น่าสนใจคือ 62%

ของครัวเรือนในสหราชอาณาจักรเลี้ยงสัตว์

ไม่ใช่แค่เลี้ยง แต่ปฏิบัติต่อสัตว์เลี้ยงเหมือนสมาชิกในบ้าน

เทรนด์นี้มีชื่อเรียกในวงการว่า Pet Humanization และมันกำลังเปลี่ยนทุกอย่างตั้งแต่ชั้นวางสินค้าในซูเปอร์มาร์เก็ต ไปจนถึงสายการผลิตในโรงงานที่ต้องลงทุนปรับตัวครั้งใหญ่

Click for watch VDO


ตลาดที่ใหญ่กว่าที่คิด

มูลค่าตลาดอาหารสัตว์เลี้ยงทั่วโลกในปี 2026 อยู่ที่ประมาณ 217,615 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และยังโตต่อเนื่องที่ 7.2% ต่อปี

ฝั่งไทยเติบโตเร็วกว่านั้น ที่ 8.4% คิดเป็นมูลค่าราว 66,748 ล้านบาท ttb analytics คาดว่าการส่งออก pet food ไทยปี 2026 จะแตะ 3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งจะทำให้ไทยรักษาตำแหน่งผู้ส่งออกอันดับ 2 ของโลกได้ต่อไป

ตลาด pet food ในอังกฤษเองก็ไม่เล็ก มูลค่ารวมอยู่ที่ 4.3 พันล้านปอนด์ต่อปี แบ่งเป็นอาหารสุนัข 2.2 พันล้านปอนด์ และอาหารแมว 1.6 พันล้านปอนด์ ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนว่า pet food ไม่ใช่ตลาดเฉพาะกลุ่มอีกต่อไป แต่กลายเป็นอุตสาหกรรมขนาดเดียวกับ FMCG ทั่วไปแล้ว


โรงงานต้องตามทัน

ปัญหาอยู่ตรงนี้

ความต้องการของตลาดเปลี่ยนเร็ว แต่สายการผลิตเปลี่ยนช้า

เจ้าของสัตว์เลี้ยงในปัจจุบันไม่ได้พอใจกับอาหารเม็ดธรรมดา พวกเขาต้องการ premium wet food, raw chubs, pet burger, functional treats, gourmet pâté และอีกสารพัดรูปแบบที่แต่ละอย่างมี texture, density และกระบวนการผลิตที่ต่างกันโดยสิ้นเชิง

ผู้ผลิตรายหนึ่งที่ถูกยกเป็นตัวอย่างในบทความของ Food Manufacture UK เริ่มต้นธุรกิจด้วยการนำเศษเนื้อจากโรงฆ่าสัตว์มาแปรรูปเป็นอาหารสุนัข จนความต้องการพุ่งสูงเกินกว่าอุปกรณ์ครัวทั่วไปจะรับไหว นั่นคือจุดที่เส้นทางสู่เครื่องจักรระดับอุตสาหกรรมเริ่มต้น

การสำรวจจาก Petfood Industry พบว่า 41% ของผู้ผลิตระบุว่า manufacturing efficiency คือ priority สูงสุด และ 58% ของบริษัทในอุตสาหกรรมได้ลงทุนใน automation และ equipment upgrades ไปแล้ว


6 เทรนด์เทคโนโลยีที่กำลังเปลี่ยนสายการผลิต

1. Automation ไม่ใช่อนาคตอีกต่อไป มันคือมาตรฐานปัจจุบัน

ระบบที่กำลังกลายเป็น standard ใหม่ในโรงงาน pet food ได้แก่ automatic cup/tray filling ความเร็วสูงสำหรับ wet food ประเภท single-serve, robotic palletizing ที่ลดการพึ่งพาแรงงานและเพิ่มความสม่ำเสมอ, inline inspection systems ที่ตรวจสอบน้ำหนัก, seal integrity และสิ่งแปลกปลอมแบบ real-time

AMR หรือ Autonomous Mobile Robots ก็เริ่มเข้ามาใน material handling, inventory tracking ผ่าน RFID และ 3D mapping ภายในโรงงาน

58% ที่ลงทุนแล้วไม่ได้หมายความว่าตลาดอิ่มตัว ยังมีช่องว่างสำหรับผู้ผลิตขนาดกลางที่ยังไม่ได้เริ่ม

2. AI ยังเป็น Blue Ocean

ตัวเลขที่น่าสนใจที่สุดในรายงานนี้คือ adoption rate ของ AI/ML ในอุตสาหกรรมอยู่ที่เพียง 12%

ช่องว่าง 46 percentage points ระหว่าง automation กับ AI คือโอกาสที่ยังรอการเก็บเกี่ยว

Petfood Forum 2026 เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมายืนยันว่า AI กำลังเข้ามาใน 3 เลเยอร์หลัก ได้แก่ AI-driven formulation ที่คาดเดา recipe composition และ optimal production parameters จาก quality standards ที่กำหนดไว้ล่วงหน้า, AI quality control ที่ตรวจจับสิ่งที่มนุษย์ตรวจไม่พบและทำงาน 24 ชั่วโมงต่อวัน และ digital auditing ที่ลด quality assurance cycle time อย่างมีนัยสำคัญ

3. Extrusion ยุคใหม่ ควบคุมด้วย AI

Extrusion ยังคงเป็นหัวใจของการผลิต dry pet food หรือ kibble แต่กำลังพัฒนาขึ้นอย่างก้าวกระโดด ตลาดเครื่องจักร extrusion สำหรับ pet food คาดว่าจะโตที่ CAGR 4–6% ไปจนถึงปี 2035

นวัตกรรมจากบริษัทอย่าง Wenger และ Coperion เน้นไปที่ AI-driven process optimization ที่ควบคุม starch gelatinization, pressure และ temperature แบบอัตโนมัติ, energy efficiency ที่ลด excessive heat จาก shear และ mechanical energy รวมถึงรองรับ alternative protein processing เช่น insect-based protein และ single-source raw meat ที่มี high moisture content

4. Freeze-Drying และ High-Pressure Processing กำลัง Mainstream

Freeze-drying หรือ lyophilization กำลังขยายตัวเร็วใน premium segment เพราะรักษาคุณค่าโภชนาการได้เกือบสมบูรณ์และตอบโจทย์ raw diet trend โดยตรง

ควบคู่กันมากับ High-Pressure Processing หรือ HPP ที่ฆ่าเชื้อโดยไม่ใช้ความร้อน เหมาะกับ fresh/raw pet food ที่ผู้บริโภคต้องการ minimal processing

ข้อจำกัดตอนนี้คือต้นทุนเครื่องจักรที่ยังสูง แต่ทิศทางชัดเจนว่ากำลังเดินหน้าต่อ

5. Functional Food และ Nutraceuticals โตเร็ว

ตลาด nutraceuticals สำหรับสัตว์เลี้ยงคาดว่าจะโตจาก 6.26 พันล้านดอลลาร์ในปี 2026 ไปสู่ 8.84 พันล้านดอลลาร์ในปี 2031 ที่ CAGR 7.1%

ซึ่งหมายความว่าสายการผลิตต้องรองรับ functional ingredients อย่าง Postbiotics, Protein Hydrolysates, Omega-3 จากน้ำมันทูน่า และแคลเซียมจากกระดูกปลา

i-Tail ในเครือไทยยูเนียนตั้งเป้าให้รายได้จากนวัตกรรม 15% ภายในปี 2026 และ personalized diets กำลังเริ่มต้นในตลาด premium แล้ว

6. Flexible Multi-Product Lines คือโจทย์เร่งด่วน

ความหลากหลายของ SKU ที่พุ่งสูงขึ้นบังคับให้ผู้ผลิตลงทุนใน modular conveyor systems และ quick-changeover equipment เพื่อสลับผลิตระหว่าง wet food, treats, sausage sticks และ raw chubs ในสายเดียว

Petfood Forum 2026 เน้นย้ำว่าการ retrofit legacy plants เพื่อรองรับ food safety และ product flexibility คือโจทย์เร่งด่วนที่สุดในอุตสาหกรรมตอนนี้


ไทยอยู่ตรงไหนในภาพนี้

ไทยมีจุดแข็งที่ชัดเจน ทั้งวัตถุดิบโปรตีนทางทะเลและความเชี่ยวชาญด้าน wet food สะสมมายาวนาน

แต่ตลาดปลายทางอย่างสหรัฐฯ, EU และญี่ปุ่นเริ่มเรียกร้องสินค้าที่หลากหลายมากกว่า wet food มาตรฐาน โดยเฉพาะ functional treats, raw food และ gourmet formats ที่ต้องใช้เครื่องจักรเฉพาะทาง

จุดที่ต้องเร่งลงทุนคือ AI-driven quality systems และ flexible manufacturing lines ซึ่งยังเป็นช่องว่างสำคัญของผู้ผลิตไทยหลายราย

ตลาดโลกกำลังโต แต่มาตรฐานก็สูงขึ้นทุกปี ผู้ที่ลงทุนในเทคโนโลยีการผลิตตั้งแต่วันนี้จะได้เปรียบอย่างมีนัยสำคัญเมื่อการแข่งขันเข้มข้นขึ้นอีกในปี 2027–2028


ข้อมูลอ้างอิงจาก : Petfood Forum 2026, ttb analytics, Food Manufacture UK, Petfood Industry, Future Market Insights, FEDIAF, UK Pet Food Association และ KResearch

เครื่องบดสมุนไพร DXFILL

error: Content is protected !!